ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกกลายเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด การสะสมทองคำสูงสุดในรอบ 50 ปีนี้ส่งผลอย่างมากต่อ แนวโน้มราคาทองระยะยาว และเป็นปัจจัยที่นักลงทุนระยะยาวต้องเข้าใจ
ทำไมธนาคารกลางถึงซื้อทอง?
- ลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (De-dollarization): หลังสหรัฐแช่แข็งทุนสำรองของรัสเซียในปี 2022 ประเทศต่างๆ เริ่มกังวลเรื่องความเสี่ยงทางการเมือง ทองคำไม่มีความเสี่ยงจาก Counterparty
- ป้องกันเงินเฟ้อ: ทองคำรักษามูลค่าในระยะยาวได้ดี ในช่วงเงินเฟ้อสูง ทองมักขึ้น
- กระจายความเสี่ยง: ทองคำมีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์อื่น เพิ่มเสถียรภาพให้ทุนสำรอง
- สัญลักษณ์ความมั่นคง: ประเทศที่มีทองคำสูงมีความน่าเชื่อถือด้านการเงินมากกว่า
ประเทศที่ซื้อทองมากที่สุด
| ประเทศ | สำรองทองคำ (ตัน) | % ของทุนสำรอง |
|---|---|---|
| 🇺🇸 สหรัฐอเมริกา | 8,133 | ~68% |
| 🇩🇪 เยอรมนี | 3,352 | ~66% |
| 🇮🇹 อิตาลี | 2,452 | ~65% |
| 🇨🇳 จีน | 2,262+ | ~4% (กำลังเพิ่ม) |
| 🇷🇺 รัสเซีย | 2,332 | ~28% |
| 🇮🇳 อินเดีย | 840+ | ~9% |
| 🇹🇭 ไทย | 244 | ~5.5% |
จีน — ผู้ซื้อรายใหญ่ที่น่าจับตา
จีนเพิ่มสำรองทองคำต่อเนื่องมากกว่า 18 เดือนติดต่อกัน (2022–2024) แม้จะหยุดชั่วคราว แต่ยังคงเป็นผู้ซื้อที่มีอิทธิพลที่สุด เพราะ:
- จีนต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ในการค้าระหว่างประเทศ
- ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีทองคำเพียง ~4% ของทุนสำรอง เทียบกับสหรัฐที่ 68% — มีช่องว่างให้ซื้อเพิ่มอีกมาก
- นักลงทุนรายย่อยจีนก็หันมาซื้อทองคำแทน Property ที่ตลาดซบเซา
ผลกระทบต่อนักเทรด XAU/USD
- แนวโน้มระยะยาว (Macro Trend) สนับสนุน Long Gold ตราบใดที่ธนาคารกลางยังซื้อต่อเนื่อง
- ข่าวธนาคารกลางซื้อทองคำมักทำให้ราคาพุ่งชั่วคราว 1–2%
- ข้อมูลรายเดือนจาก World Gold Council (WGC) เป็นตัวชี้วัดสำคัญ
- ติดตาม: IMF, WGC Monthly Data, และ PBOC Monthly Reserves Report
ไทยและทองคำ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (BoT) มีทองคำสำรองประมาณ 244 ตัน คิดเป็น ~5.5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ นอกจากนี้ไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มี Demand ทองคำจากภาคประชาชนสูง ทั้งในรูปแบบเครื่องประดับและทองคำแท่ง ซึ่งหนุนให้ความสนใจในการเทรดทองสูงตามไปด้วย
เทรดทองตามแนวโน้มระยะยาว
TradeQuo ให้ Leverage สูงสำหรับ XAU/USD และถอนเงินได้ทันทีผ่าน PromptPay