คำศัพท์เทรดทองคำ A–Z

รวมคำศัพท์ที่นักเทรดไทยต้องรู้

ไม่พบคำศัพท์ที่ค้นหา ลองค้นหาด้วยคำอื่น

A

Ask Price

ราคาขาย (ราคาที่ตลาดขายให้คุณ)

Ask Price คือราคาที่โบรกเกอร์หรือตลาดเสนอขายทองคำ XAU/USD ให้กับนักเทรด เมื่อคุณต้องการซื้อทองคำ คำสั่งซื้อจะถูกเติมที่ราคา Ask เสมอ ราคา Ask มักสูงกว่า Bid Price อยู่เสมอ โดยส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า Spread

ATH / All-Time High

ราคาสูงสุดตลอดกาล

ATH (All-Time High) คือระดับราคาสูงที่สุดที่ทองคำ XAU/USD เคยทำได้ตลอดประวัติศาสตร์การซื้อขาย เป็นแนวต้านทางจิตวิทยาที่สำคัญมาก เมื่อทองทะลุ ATH เดิมได้ มักเกิดโมเมนตัมขาขึ้นอย่างแรง เพราะไม่มีแนวต้านทางเทคนิคอยู่เหนือระดับนั้น

ATR / Average True Range

ค่าความผันผวนเฉลี่ย

ATR เป็นอินดิเคเตอร์ที่วัดความผันผวนเฉลี่ยของราคาทองคำในช่วงเวลาที่กำหนด (โดยทั่วไปใช้ 14 แท่ง) ค่า ATR ที่สูงหมายความว่าทองมีความผันผวนมาก นักเทรดใช้ ATR กำหนดระยะ Stop Loss ที่เหมาะสม เช่น ตั้ง SL ที่ 1.5–2 เท่าของ ATR เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกไล่ออกก่อนเวลา

B

Bear Market

ตลาดหมี (ตลาดขาลง)

Bear Market คือภาวะที่ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องและมีนัยสำคัญ โดยทั่วไปหมายถึงการร่วงลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุด ในตลาดหมี นักเทรดมักใช้กลยุทธ์ Short (ขาย) เพื่อทำกำไรจากทิศทางขาลง สัญลักษณ์หมีมาจากท่าทางที่หมีตะปบลง

Bid Price

ราคาซื้อ (ราคาที่ตลาดรับซื้อจากคุณ)

Bid Price คือราคาที่โบรกเกอร์หรือตลาดยินดีรับซื้อทองคำ XAU/USD จากนักเทรด เมื่อคุณต้องการขายทองคำ คำสั่งขายจะถูกเติมที่ราคา Bid เสมอ ราคา Bid จะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ นักเทรดควรสังเกต Spread (ส่วนต่าง Bid–Ask) เพราะมันคือต้นทุนการซื้อขายโดยตรง

Breakout

การทะลุแนว (ราคาทะลุแนวต้านหรือแนวรับ)

Breakout คือเหตุการณ์ที่ราคาทองคำเคลื่อนที่ทะลุผ่านระดับแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญอย่างชัดเจน มักมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้น การ Breakout ที่แท้จริงมักนำไปสู่การเคลื่อนไหวของราคาต่อในทิศทางนั้นอีกระยะ ในขณะที่ False Breakout คือการทะลุแนวแบบหลอก

Bull Market

ตลาดกระทิง (ตลาดขาขึ้น)

Bull Market คือภาวะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปหมายถึงการพุ่งขึ้นมากกว่า 20% จากจุดต่ำสุด ในตลาดกระทิง กลยุทธ์ Buy on Dip (ซื้อเมื่อราคาย่อตัว) มักได้ผลดี สัญลักษณ์กระทิงมาจากท่าทางที่กระทิงขวิดขึ้น ทองคำในปี 2024–2025 เป็นตัวอย่างของ Bull Market ที่ชัดเจน

Buy Stop Order

คำสั่งซื้อแบบ Stop เหนือราคาตลาด

Buy Stop Order คือคำสั่งซื้อทองคำที่ตั้งไว้ในราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน คำสั่งจะถูก Trigger ก็ต่อเมื่อราคาขึ้นมาถึงระดับที่กำหนด นักเทรดใช้ Buy Stop เพื่อเข้า Long เมื่อราคาทะลุแนวต้าน โดยไม่ต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลา ต่างจาก Buy Limit ที่ซื้อในราคาต่ำกว่าตลาด

C

Candlestick

แท่งเทียน (กราฟแท่งเทียน)

Candlestick หรือกราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบการแสดงราคาที่นิยมที่สุดในการเทรดทองคำ แต่ละแท่งแสดงราคาเปิด (Open) ราคาสูงสุด (High) ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close) ในช่วงเวลาหนึ่ง แท่งสีเขียว/ขาว = ราคาขึ้น แท่งสีแดง/ดำ = ราคาลง รูปแบบแท่งเทียนเช่น Doji, Hammer, Engulfing ใช้ทำนายทิศทางราคา

CFD / Contract for Difference

สัญญาซื้อขายส่วนต่าง

CFD คือสัญญาทางการเงินที่นักเทรดและโบรกเกอร์ตกลงแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคาสินทรัพย์ (เช่น XAU/USD) ระหว่างจุดเปิดและปิดออเดอร์ นักเทรดไม่ได้ถือครองทองคำจริงๆ แต่ทำกำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงราคา CFD รองรับ Leverage และสามารถ Short ได้ง่าย ทำให้ยืดหยุ่นกว่าการซื้อทองจริง

Consolidation

การพักตัว (ราคาเคลื่อนที่ในกรอบแคบ)

Consolidation คือช่วงที่ราคาทองคำเคลื่อนที่ในกรอบแคบๆ ไม่มีทิศทางชัดเจน มักเกิดหลังจากที่ราคาเคลื่อนที่อย่างรุนแรงมาก่อน นักเทรดมักรอให้ราคา Breakout ออกจากกรอบ Consolidation ก่อนเปิดออเดอร์ เพราะช่วงนี้สัญญาณซื้อขายอาจ Whipsaw บ่อยครั้ง

CPI / Consumer Price Index

ดัชนีราคาผู้บริโภค (ตัวชี้วัดเงินเฟ้อ)

CPI เป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่สำคัญที่สุด วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน CPI สูงกว่าคาด = เงินเฟ้อสูง = มักหนุนราคาทอง เพราะทองเป็น Hedge เงินเฟ้อ แต่ถ้า CPI สูงมากจนธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยแรง อาจกดดันทองในระยะสั้นได้ ประกาศ CPI สหรัฐฯ มักสร้างความผันผวนอย่างมากในทอง

D

Day Trading

เทรดรายวัน (เปิดและปิดออเดอร์ภายในวันเดียว)

Day Trading คือสไตล์การเทรดที่เปิดและปิดออเดอร์ทุกตัวภายในวันเดียวกัน ไม่ถือข้ามคืน นักเทรดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก Gap และ Swap (ค่าธรรมเนียมข้ามคืน) เหมาะกับช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องสูง เช่น ตอน Overlap ของตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก (19:00–22:00 น. เวลาไทย)

DXY / Dollar Index

ดัชนีดอลลาร์ (ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์)

DXY คือดัชนีที่วัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล ราคาทองคำ XAU/USD มีความสัมพันธ์ผกผัน (Inverse Correlation) กับ DXY เกือบทุกครั้ง เมื่อ DXY ขึ้น ทองมักลง และในทางกลับกัน นักเทรดทองควรติดตาม DXY อยู่เสมอในฐานะตัวชี้นำทิศทาง

Drawdown

การลดลงของพอร์ต (การขาดทุนสะสมจากจุดสูงสุด)

Drawdown คือการวัดการลดลงของยอดบัญชีจากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ไปยังจุดต่ำสุดถัดมา แสดงเป็น % ของ Equity สูงสุด เช่น Drawdown 20% หมายความว่าพอร์ตลดจาก $10,000 เหลือ $8,000 นักเทรดมืออาชีพมักกำหนด Maximum Drawdown ที่ยอมรับได้ไว้ล่วงหน้าเพื่อวินัยการจัดการความเสี่ยง

E

Entry Point

จุดเข้า (จุดที่เปิดออเดอร์)

Entry Point คือระดับราคาทองคำที่นักเทรดเลือกเปิดออเดอร์ซื้อหรือขาย จุดเข้าที่ดีควรมีอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward) ที่เหมาะสม อย่างน้อย 1:2 ขึ้นไป นักเทรดใช้เครื่องมือเช่น แนวรับ-แนวต้าน Fibonacci เส้น Moving Average และรูปแบบแท่งเทียนเพื่อหาจุดเข้าที่มีโอกาสสำเร็จสูง

Exit Point

จุดออก (จุดที่ปิดออเดอร์)

Exit Point คือระดับราคาที่นักเทรดตัดสินใจปิดออเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นการปิดเพื่อทำกำไร (Take Profit) หรือตัดขาดทุน (Stop Loss) การกำหนดจุดออกล่วงหน้าก่อนเปิดออเดอร์เป็นหัวใจสำคัญของการจัดการความเสี่ยง ช่วยป้องกันการตัดสินใจด้วยอารมณ์ขณะที่ตลาดผันผวน

F

Fibonacci Retracement

ฟีโบนาชีรีเทรซเมนต์ (ระดับแนวรับ-แนวต้านทางคณิตศาสตร์)

Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ใช้อัตราส่วนจากลำดับ Fibonacci (23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6%) เพื่อหาระดับแนวรับ-แนวต้านที่ราคาทองคำมักหยุดพักหรือกลับตัว ระดับ 61.8% (Golden Ratio) มักถูกให้ความสำคัญมากที่สุด นักเทรดทองมักใช้ร่วมกับ Price Action เพื่อยืนยันสัญญาณ

FOMC / Federal Open Market Committee

คณะกรรมการตลาดการเงินเปิด (ผู้กำหนดดอกเบี้ยสหรัฐฯ)

FOMC เป็นคณะกรรมการของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ประชุม 8 ครั้งต่อปีเพื่อกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ย การประกาศผลการประชุม FOMC เป็นเหตุการณ์สร้างความผันผวนสูงสุดสำหรับทองคำ อัตราดอกเบี้ยต่ำลงมักหนุนทอง ส่วนอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นมักกดดันทอง เพราะเพิ่มต้นทุนโอกาสการถือครองทองที่ไม่มีดอกผล

Fundamental Analysis

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

Fundamental Analysis คือการวิเคราะห์ทองคำโดยพิจารณาปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และอุปสงค์-อุปทานทางกายภาพ นักเทรดระยะยาวพึ่งพา Fundamental Analysis มากกว่า Technical เพื่อเข้าใจแนวโน้มหลัก (Macro Trend) ของทองคำ

G

Gold Standard

มาตรฐานทองคำ (ระบบหนุนหลังเงินด้วยทอง)

Gold Standard คือระบบการเงินที่มูลค่าของสกุลเงินถูกผูกกับปริมาณทองคำสำรองจริง สหรัฐฯ ยกเลิกระบบนี้ในปี 1971 (Nixon Shock) หลังจากนั้นทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายอิสระ ประวัติศาสตร์มาตรฐานทองคำช่วยให้เข้าใจว่าทำไมทองคำยังคงถูกมองเป็น "สกุลเงินของจริง" และที่หลบภัยในยามวิกฤต

Going Long

การ Long หรือซื้อ (เปิดออเดอร์ Buy)

Going Long หมายถึงการเปิดออเดอร์ Buy ทองคำ โดยคาดว่าราคาจะขึ้น คุณทำกำไรเมื่อราคาสูงขึ้นจากจุดที่เปิด ในตลาด Forex CFD การ Long ทองหมายถึงการซื้อ XAU/USD ซึ่งได้กำไรเมื่อ XAU แข็งค่าขึ้นเทียบกับ USD กลยุทธ์ Long ทองเหมาะในช่วงเงินเฟ้อสูง ดอลลาร์อ่อน หรือมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

Going Short

การ Short หรือขาย (เปิดออเดอร์ Sell)

Going Short หมายถึงการเปิดออเดอร์ Sell ทองคำ โดยคาดว่าราคาจะลง คุณทำกำไรเมื่อราคาต่ำลงจากจุดที่เปิด ใน CFD การ Short ทำได้ง่ายพอๆ กับการ Long กลยุทธ์ Short ทองเหมาะในช่วงที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรง ดอลลาร์แข็ง หรือความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงสูง แต่ต้องระวังเพราะแนวโน้มระยะยาวของทองมักเป็นขาขึ้น

H

Hedge / Hedging

การป้องกันความเสี่ยง (เปิดออเดอร์ตรงข้ามเพื่อลดความเสี่ยง)

Hedging คือการเปิดออเดอร์ที่สวนทางกับพอร์ตหลัก เพื่อป้องกันความเสียหายในกรณีที่ราคาเคลื่อนที่ผิดคาด เช่น ถ้าถือทองจริงหลายกิโล อาจ Short XAU/USD ไว้บางส่วนเป็นประกัน นักลงทุนสถาบันใช้ทองคำเป็น Hedge ต่อพอร์ตหุ้น เพราะทองมักเคลื่อนที่สวนทางกับตลาดหุ้นในช่วงวิกฤต

Head and Shoulders

รูปแบบหัวและไหล่ (รูปแบบการกลับตัวขาลง)

Head and Shoulders เป็นรูปแบบกราฟคลาสสิกที่บ่งบอกการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง ประกอบด้วยยอด 3 ยอด โดยยอดกลาง (Head) สูงกว่าสองยอดข้าง (Shoulders) เมื่อราคาทะลุ Neckline ลงมา มักเกิดแรงขายรุนแรง เป้าหมายราคาคำนวณจากความสูงของ Head บวกกับ Neckline มีรูปแบบผกผันที่เรียกว่า Inverse Head and Shoulders สำหรับสัญญาณขาขึ้น

I

Inflation

เงินเฟ้อ (ราคาสินค้าสูงขึ้น กำลังซื้อเงินลดลง)

Inflation คือภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อของเงินสดลดลง ทองคำถูกมองเป็น Hedge เงินเฟ้อมาตลอดประวัติศาสตร์ เพราะมูลค่าที่แท้จริงของทองค่อนข้างคงที่ในระยะยาว เมื่อเงินเฟ้อสูง ความต้องการทองคำมักเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคา XAU/USD ปรับตัวสูงขึ้น

Interest Rate

อัตราดอกเบี้ย (ต้นทุนของเงิน)

Interest Rate หรืออัตราดอกเบี้ยกำหนดโดยธนาคารกลาง (เช่น Fed ในสหรัฐฯ) มีผลอย่างมากต่อราคาทอง อัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้พันธบัตรและเงินฝากให้ผลตอบแทนดีขึ้น ลดความน่าสนใจของทองที่ไม่มีดอกผล ส่วนอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือติดลบมักหนุนราคาทองอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้นทุนโอกาสการถือทองลดลง

Ichimoku Cloud

อินดิเคเตอร์อิจิโมกุ (ระบบวิเคราะห์แนวโน้มครบวงจร)

Ichimoku Cloud หรือ Ichimoku Kinko Hyo เป็นอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคจากญี่ปุ่นที่แสดงแนวรับ-แนวต้าน ทิศทางแนวโน้ม และโมเมนตัมในแผนภาพเดียว ประกอบด้วย 5 เส้นหลัก: Tenkan-sen, Kijun-sen, Senkou Span A, Senkou Span B และ Chikou Span เมื่อราคาทองอยู่เหนือ Cloud (Kumo) ถือว่าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ต่ำกว่า Cloud คือขาลง

J

Jackson Hole Symposium

การประชุมสัมมนาเศรษฐกิจแจ็คสันโฮล

Jackson Hole Symposium เป็นการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่จัดโดย Fed สาขาแคนซัสซิตี้ ณ เมือง Jackson Hole รัฐไวโอมิง สหรัฐฯ ผู้ว่าการ Fed มักใช้เวทีนี้ส่งสัญญาณนโยบายการเงินครั้งสำคัญ ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดทองคำอย่างรุนแรง นักเทรดระดับอาชีพจะติดตามปาฐกถาของ Fed ประธานในงานนี้อย่างใกล้ชิดทุกปี

L

Leverage

อัตราทด (การยืมเงินทุนจากโบรกเกอร์)

Leverage คือการยืมทุนจากโบรกเกอร์เพื่อเพิ่มขนาดของออเดอร์ให้ใหญ่กว่าเงินทุนจริงหลายเท่า เช่น Leverage 1:100 หมายความว่าเงิน $100 ควบคุมทองคำมูลค่า $10,000 แม้ Leverage ขยายผลกำไรได้มาก แต่ก็ขยายการขาดทุนในสัดส่วนเดียวกัน มือใหม่ควรใช้ Leverage ต่ำ (1:10 หรือน้อยกว่า) เพื่อควบคุมความเสี่ยง

Liquidity

สภาพคล่อง (ความง่ายในการซื้อขายโดยไม่กระทบราคา)

Liquidity คือความสามารถในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ได้อย่างรวดเร็วในราคาที่ยุติธรรม XAU/USD เป็นหนึ่งในตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ด้วยปริมาณซื้อขายรายวันหลายร้อยพันล้านดอลลาร์ สภาพคล่องสูงสุดอยู่ในช่วง Overlap ของตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก ส่วนสภาพคล่องต่ำสุดอยู่ช่วงตลาดเอเชียและวันหยุด

Lot Size

ขนาด Lot (หน่วยปริมาณการซื้อขายทองคำ)

Lot Size คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดปริมาณการซื้อขายทองคำ ใน Forex: 1 Standard Lot XAU/USD = ทองคำ 100 ออนซ์, 1 Mini Lot = 10 ออนซ์, 1 Micro Lot = 1 ออนซ์ การเลือก Lot ที่เหมาะสมกับ Balance ของบัญชีเป็นกุญแจสำคัญของการจัดการความเสี่ยง มือใหม่ควรเริ่มที่ Micro Lot (0.01) เพื่อฝึกโดยไม่เสี่ยงมาก

M

MACD / Moving Average Convergence Divergence

อินดิเคเตอร์ MACD (ตัวชี้วัดโมเมนตัมและแนวโน้ม)

MACD เป็นอินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง EMA 12 กับ EMA 26 ของราคาทองคำ ประกอบด้วย MACD Line, Signal Line และ Histogram สัญญาณซื้อเกิดเมื่อ MACD Line ตัด Signal Line จากล่างขึ้น สัญญาณขายเกิดเมื่อตัดจากบนลง Divergence ระหว่าง MACD กับราคาทองมักบ่งชี้การกลับตัวที่สำคัญ

Margin

มาร์จิน (เงินประกันการเทรด)

Margin คือเงินประกันที่โบรกเกอร์ต้องการล็อกไว้ในบัญชีเมื่อเปิดออเดอร์ด้วย Leverage เช่น Leverage 1:100 ต้องใช้ Margin 1% ของมูลค่าออเดอร์ ถ้า Equity ในบัญชีต่ำกว่า Margin ที่กำหนด จะเกิด Margin Call ซึ่งโบรกเกอร์จะปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติ การรักษา Free Margin เพียงพอเป็นหัวใจของการบริหารบัญชี

Moving Average / MA

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (เส้นเฉลี่ยราคา)

Moving Average คือการคำนวณค่าเฉลี่ยราคาทองคำในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อลดสัญญาณรบกวนและแสดงแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น มีหลายประเภทได้แก่ SMA (Simple), EMA (Exponential) และ WMA (Weighted) เส้น MA ที่นิยมในทองคำคือ 20, 50, 100 และ 200 ช่วง เมื่อราคาอยู่เหนือ MA 200 ถือว่าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว

N

NFP / Non-Farm Payrolls

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (สหรัฐฯ)

NFP คือรายงานการจ้างงานรายเดือนของสหรัฐฯ ที่ประกาศทุกวันศุกร์แรกของเดือน เป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่สร้างความผันผวนให้ทองคำมากที่สุดตัวหนึ่ง NFP สูงกว่าคาด = เศรษฐกิจแข็งแกร่ง = ดอลลาร์แข็ง = กดดันทอง ส่วน NFP ต่ำกว่าคาด = เศรษฐกิจอ่อนแอ = ดอลลาร์อ่อน = หนุนทอง นักเทรดมักหลีกเลี่ยงการถือออเดอร์ข้ามช่วงประกาศ NFP

Naked Chart

กราฟเปล่า (กราฟที่ไม่มีอินดิเคเตอร์)

Naked Chart หรือ Bare Chart คือการวิเคราะห์กราฟทองคำโดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์ใดๆ อาศัยเพียงราคา แนวรับ-แนวต้าน และรูปแบบแท่งเทียนล้วนๆ แนวคิดนี้มาจากปรัชญา Price Action ที่เชื่อว่าราคาสะท้อนข้อมูลทุกอย่างอยู่แล้ว อินดิเคเตอร์เป็นเพียงการนำราคาในอดีตมาคำนวณใหม่ ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่จริงๆ

O

Open Interest

ปริมาณ Open Interest (จำนวนสัญญาที่ยังเปิดอยู่)

Open Interest คือจำนวนสัญญาซื้อขายทองคำในตลาด Futures (เช่น COMEX) ที่ยังไม่ถูกปิดหรือส่งมอบ Open Interest เพิ่มขึ้น = มีเงินใหม่ไหลเข้าตลาด บ่งบอกแนวโน้มแข็งแกร่ง Open Interest ลดลง = เงินไหลออก บ่งบอกแนวโน้มกำลังสิ้นสุด นักเทรดทองขั้นสูงใช้ข้อมูล COT (Commitment of Traders) เพื่อดู Open Interest ของกลุ่มสถาบัน

Overbought

ภาวะซื้อมากเกินไป (ราคาขึ้นเร็วเกินพื้นฐาน)

Overbought คือภาวะที่ราคาทองคำขึ้นไปเร็วและสูงเกินกว่าที่ปัจจัยพื้นฐานหรือโมเมนตัมรองรับ มักตรวจสอบด้วย RSI ที่มีค่าเกิน 70 ภาวะ Overbought ไม่ได้หมายความว่าราคาจะลงทันที แต่บ่งบอกว่ามีความเสี่ยงของการย่อตัวหรือกลับตัวสูงขึ้น ในแนวโน้มขาขึ้นแรงๆ ทองอาจอยู่ในสภาวะ Overbought ได้นานโดยไม่ย่อ

Oversold

ภาวะขายมากเกินไป (ราคาลงเร็วเกินพื้นฐาน)

Oversold คือภาวะที่ราคาทองคำลงมาเร็วและมากเกินกว่าที่ควรจะเป็นตามปัจจัยพื้นฐาน มักตรวจสอบด้วย RSI ที่มีค่าต่ำกว่า 30 ภาวะ Oversold บ่งบอกว่ามีโอกาสที่ราคาจะเด้งกลับขึ้น นักเทรดสายคอนแทรเรียน (Contrarian) ชอบหาจุดซื้อเมื่อทองอยู่ในภาวะ Oversold ร่วมกับสัญญาณ Price Action ยืนยัน

P

Pip

พิพ (หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำ)

Pip (Percentage in Point) คือหน่วยการวัดการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดในตลาด Forex สำหรับ XAU/USD 1 Pip = $0.01 ต่อออนซ์ (เช่นราคาเคลื่อนจาก $2,000.00 ไป $2,000.01) ใน Standard Lot (100 ออนซ์) 1 Pip มีมูลค่า $1 นักเทรดใช้ Pip ในการคำนวณกำไร-ขาดทุน กำหนด Stop Loss และ Take Profit

Position Size

ขนาดโพสิชัน (ปริมาณที่เปิดออเดอร์)

Position Size คือปริมาณ Lot ที่เปิดในแต่ละออเดอร์ การคำนวณ Position Size ที่ถูกต้องเป็นส่วนสำคัญของการจัดการความเสี่ยง สูตรพื้นฐาน: Position Size = (Balance × % ความเสี่ยงต่อออเดอร์) ÷ (Stop Loss เป็น Pip × มูลค่าต่อ Pip) เช่น ถ้าจะเสี่ยงสูงสุด 1% ของ $1,000 = $10 และ SL คือ 20 Pip ที่ $1/Pip → ควรเปิด 0.5 Lot

Price Action

การอ่านราคาเปล่า (วิเคราะห์จากการเคลื่อนไหวราคาโดยตรง)

Price Action คือปรัชญาและวิธีการวิเคราะห์กราฟที่ใช้เฉพาะการเคลื่อนไหวของราคา แนวรับ-แนวต้าน และรูปแบบแท่งเทียนโดยไม่พึ่งอินดิเคเตอร์ นักเทรด Price Action เชื่อว่า "ราคาบอกทุกอย่าง" รูปแบบที่ใช้บ่อยในทองได้แก่ Pin Bar, Inside Bar, Engulfing Pattern และ Fakey Setup ซึ่งมักพบที่แนวรับ-แนวต้านสำคัญ

R

RSI / Relative Strength Index

ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (อินดิเคเตอร์วัดโมเมนตัม)

RSI เป็นอินดิเคเตอร์ Oscillator ที่วัดความเร็วและขนาดของการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำ มีค่าระหว่าง 0–100 ค่า RSI สูงกว่า 70 = Overbought ค่าต่ำกว่า 30 = Oversold RSI ที่นิยมใช้กับทองคือ RSI 14 (ช่วง 14 แท่ง) การเกิด Divergence ระหว่าง RSI กับราคาทองมักเป็นสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มกำลังอ่อนกำลัง

Resistance

แนวต้าน (ระดับราคาที่ทองมักหยุดและย่อตัวลง)

Resistance คือระดับราคาทองคำที่มีแรงขายสะสมอยู่มาก ทำให้ราคามักชะลอตัวหรือกลับทิศทางเมื่อขึ้นมาถึง แนวต้านสำคัญมักเป็นระดับที่ราคาเคยทำ High สูงไว้ก่อนหน้า ตัวเลขกลม (Round Numbers) เช่น $2,000, $2,500 หรือระดับ ATH เมื่อราคาทะลุแนวต้านได้ แนวต้านเดิมจะกลายเป็นแนวรับใหม่ (Role Reversal)

Risk Management

การจัดการความเสี่ยง (การควบคุมการขาดทุน)

Risk Management คือชุดกฎและวินัยที่นักเทรดใช้ป้องกันไม่ให้การขาดทุนทำลายบัญชีอย่างถาวร หลักการพื้นฐาน: เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์ ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง ไม่ Average Loss (ถัวขาดทุน) และมี Risk/Reward ขั้นต่ำ 1:2 นักเทรดมืออาชีพมักกล่าวว่า "รักษาทุนให้อยู่รอด ก็จะมีโอกาสทำกำไรได้เสมอ"

Risk/Reward Ratio

อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (R:R)

Risk/Reward Ratio (R:R) คือการเปรียบเทียบระหว่างจำนวนเงินที่ยอมเสี่ยงขาดทุน (Stop Loss) กับจำนวนเงินที่หวังทำกำไร (Take Profit) ในแต่ละออเดอร์ R:R 1:2 หมายถึงเสี่ยง $100 เพื่อกำไร $200 แม้ชนะแค่ 40% ของออเดอร์ แต่ถ้าใช้ R:R 1:2 สม่ำเสมอก็ยังมีกำไรสุทธิ เป็นแนวคิดพื้นฐานที่สุดของการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ

S

Scalping

สกัลปิง (เทรดรับกำไรเล็กน้อยหลายครั้งต่อวัน)

Scalping คือสไตล์การเทรดที่เปิดและปิดออเดอร์หลายสิบถึงหลายร้อยครั้งต่อวัน โดยรับกำไรออเดอร์ละเพียง 3–10 Pip Scalper ต้องการ Spread ที่ต่ำมาก (ต่ำกว่า 3 Pip) และ Execution ที่รวดเร็ว สไตล์นี้ต้องการสมาธิและวินัยสูง เหนื่อยกว่าสไตล์อื่น แต่ผลตอบแทนสะสมอาจสูงได้ถ้าบริหารความเสี่ยงดีพอ

Spread

สเปรด (ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย)

Spread คือความแตกต่างระหว่าง Bid Price และ Ask Price ซึ่งเป็นต้นทุนการซื้อขายหลักใน Forex Spread XAU/USD ทั่วไปอยู่ที่ 2–30 Pip ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และสภาพตลาด Spread มักกว้างขึ้นในช่วงประกาศข่าวสำคัญ ตอนเปิดตลาดสัปดาห์ (วันจันทร์เช้า) และช่วงสภาพคล่องต่ำ การเลือกโบรกเกอร์ Spread ต่ำช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาว

Stop Loss / SL

จุดตัดขาดทุน (คำสั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับกำหนด)

Stop Loss คือคำสั่งที่ตั้งไว้ล่วงหน้าให้ปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาทองคำเคลื่อนที่สวนทางถึงระดับที่กำหนด เพื่อจำกัดการขาดทุนสูงสุด การตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์เป็นกฎเหล็กของนักเทรดมืออาชีพ ตำแหน่ง SL ควรอยู่เลยแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ ห่างพอที่จะไม่ถูก Trigger โดย Noise ปกติของตลาด

Support

แนวรับ (ระดับราคาที่ทองมักหยุดลงและกลับขึ้น)

Support คือระดับราคาทองคำที่มีแรงซื้อสะสมอยู่มาก ทำให้ราคามักชะลอการลงหรือกลับทิศทางขึ้นเมื่อลงมาถึง แนวรับสำคัญมักเป็นระดับ Low เดิม ตัวเลขกลม หรือระดับ Fibonacci นักเทรดมักหาจุดซื้อ (Long) ที่แนวรับโดยรอสัญญาณ Price Action ยืนยัน เมื่อราคาทะลุแนวรับลงไป แนวรับเดิมมักกลายเป็นแนวต้านใหม่

Swing Trading

สวิงเทรดดิง (เทรดตามคลื่นราคาหลายวัน)

Swing Trading คือสไตล์การเทรดที่ถือออเดอร์ข้ามวัน โดยทั่วไป 2–10 วัน เพื่อจับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ใหญ่กว่า Scalping และ Day Trading เหมาะสำหรับนักเทรดที่มีเวลาจำกัด ไม่สามารถจ้องหน้าจอตลอดวัน Swing Trader ใช้กราฟ H4 และ Daily เป็นหลัก ต้องคำนึงถึง Swap (ค่าธรรมเนียมข้ามคืน) ในการคำนวณผลตอบแทน

T

Take Profit / TP

จุดทำกำไร (คำสั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อกำไรถึงเป้า)

Take Profit คือคำสั่งที่ตั้งไว้ล่วงหน้าให้ปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาทองคำขึ้นหรือลงถึงระดับกำไรที่ต้องการ ช่วยให้ไม่ต้องจ้องจออยู่ตลอดเวลาและป้องกันการโลภ ตำแหน่ง TP ที่ดีควรอยู่ก่อนแนวต้านสำคัญ (ถ้า Long) หรือก่อนแนวรับสำคัญ (ถ้า Short) นักเทรดบางคนใช้การปิดออเดอร์แบบ Partial (บางส่วน) เพื่อ Lock กำไรขณะให้ส่วนที่เหลือวิ่งต่อ

Technical Analysis

การวิเคราะห์ทางเทคนิค (อ่านกราฟเพื่อทำนายราคา)

Technical Analysis คือการศึกษากราฟราคาทองคำในอดีตเพื่อคาดการณ์ทิศทางในอนาคต อาศัยหลักการที่ว่าประวัติราคามีแนวโน้มซ้ำรอย และทุกข้อมูลสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว เครื่องมือหลักได้แก่ แนวรับ-แนวต้าน Trend Line รูปแบบกราฟ อินดิเคเตอร์ และ Candlestick Pattern Technical Analysis เหมาะกับการกำหนดจุดเข้า-ออก ส่วน Fundamental Analysis ใช้กำหนดทิศทางหลัก

Trend Line

เส้นแนวโน้ม (เส้นที่ลากเชื่อมจุด High หรือ Low)

Trend Line คือเส้นตรงที่ลากเชื่อมระหว่างจุด Low สองจุดขึ้นไป (ขาขึ้น) หรือจุด High สองจุดขึ้นไป (ขาลง) เพื่อแสดงทิศทางแนวโน้มของทองคำ Trend Line ที่ถูกทดสอบหลายครั้งยิ่งมีความน่าเชื่อถือสูง การทะลุ Trend Line มักบ่งบอกการเปลี่ยนแนวโน้ม นักเทรดหลายคนใช้ Trend Line เป็นแนวรับ-แนวต้านแบบ Dynamic

Troy Ounce

ทรอยออนซ์ (หน่วยน้ำหนักมาตรฐานสำหรับทองคำ)

Troy Ounce เป็นหน่วยน้ำหนักมาตรฐานที่ใช้ทั่วโลกในการซื้อขายทองคำและโลหะมีค่า 1 Troy Ounce = 31.1035 กรัม (ต่างจาก Ounce ปกติที่ = 28.35 กรัม) ราคา XAU/USD ที่เห็นในตลาด Forex คือราคาต่อ 1 Troy Ounce เสมอ เมื่อแปลงเป็นบาทไทย 1 Troy Ounce = ประมาณ 15.244 บาทไทย (แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยน)

V

Volatility

ความผันผวน (ความรุนแรงของการเคลื่อนไหวราคา)

Volatility คือการวัดความรุนแรงและความถี่ของการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำในช่วงเวลาหนึ่ง ความผันผวนสูงหมายความว่าราคาเคลื่อนที่ได้กว้างและรวดเร็ว ทำให้มีโอกาสกำไรมากขึ้นแต่ความเสี่ยงก็สูงขึ้นด้วย ตัวชี้วัด Volatility ที่นิยมคือ ATR และ VIX (Volatility Index) ทองมักมี Volatility สูงในช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ

Volume

ปริมาณซื้อขาย (จำนวน Lot ที่ซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง)

Volume คือจำนวนรวมของสัญญาหรือ Lot ที่ซื้อขายทองคำในช่วงเวลาที่กำหนด ปริมาณซื้อขายสูงบ่งบอกถึงความสนใจและ Momentum ที่แข็งแกร่ง Volume ที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการ Breakout ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวราคานั้นมีความน่าเชื่อถือสูง ในตลาด OTC Forex การวัด Volume ทำได้ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนตลาด Exchange จริงๆ

W

Wick / Shadow

ไส้เทียน (เส้นบางยื่นออกจากแท่งเทียน)

Wick หรือ Shadow คือเส้นบางๆ ที่ยื่นออกจากด้านบนหรือด้านล่างของแท่งเทียน แสดงช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุดที่ราคาเคยไปถึงในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ได้ปิดที่นั่น Wick ยาวด้านบน (Upper Wick) แสดงแรงขายสูงในบริเวณนั้น ส่วน Wick ยาวด้านล่าง (Lower Wick) แสดงแรงซื้อ รูปแบบ Pin Bar ซึ่งมี Wick ยาวมากเป็น Price Action Signal ที่นิยมมากในทองคำ

Whipsaw

การหลอก/ตบ (ราคาวิ่งหลอกทิศทางก่อนกลับตัว)

Whipsaw คือการเคลื่อนที่ของราคาทองคำที่หลอกทิศทาง โดยทะลุแนวรับหรือแนวต้านแล้วกลับตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้นักเทรดที่เข้า Breakout ถูก Stop Loss ก่อนที่ราคาจะวิ่งในทิศทางที่คาด Whipsaw พบบ่อยในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำหรือในช่วงประกาศข่าว วิธีป้องกันคือรอให้ราคาปิดยืนเหนือ/ต่ำกว่าระดับ Breakout ก่อนเข้าออเดอร์

พร้อมนำคำศัพท์ไปใช้จริงแล้วหรือยัง?

เริ่มเทรดทองคำ XAU/USD กับโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้ Spread ต่ำ รองรับนักเทรดไทย

เปิดบัญชีเทรดทองฟรี →